Thai (Thailand) Edition
มาตรฐานวิชาชีพ

กฎหมายสัตว์เลี้ยง กทม. 2569: คู่มือฉบับสมบูรณ์

Contents
กฎหมายสัตว์เลี้ยง กทม. 2569: คู่มือฉบับสมบูรณ์

ข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 10 มกราคม 2569 พร้อมบทลงโทษสูงสุด 25,000 บาท คู่มือนี้รวบรวมทุกสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องปฏิบัติตาม ทั้งการฝังไมโครชิป การจดทะเบียน ข้อจำกัดจำนวนสัตว์ และข้อกำหนดสายพันธุ์อันตราย

ภาพรวมข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 10 มกราคม 2569 ข้อบัญญัตินี้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร มุ่งเน้นการควบคุมปัญหาสัตว์จรจัด ส่งเสริมการเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ และรักษาความปลอดภัยสาธารณะ

ข้อบัญญัตินี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งบังคับใช้โดยกรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development) ในระดับประเทศ โดยข้อบัญญัติ กทม. นี้เพิ่มรายละเอียดเฉพาะสำหรับพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง

การฝังไมโครชิปและขั้นตอนการจดทะเบียน

ข้อกำหนดไมโครชิป

สุนัขและแมวทุกตัวที่อาศัยในกรุงเทพฯ ต้องได้รับการฝัง ไมโครชิปมาตรฐาน ISO โดยสัตวแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาต ไมโครชิปมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว ฝังใต้ผิวหนังบริเวณต้นคอ และบรรจุรหัสตัวเลข 15 หลักที่เชื่อมโยงกับระบบทะเบียนสัตว์เลี้ยงของ กทม.

กำหนดเวลาที่ต้องปฏิบัติมีดังนี้:

  • สัตว์เกิดใหม่: ต้องฝังไมโครชิปภายใน 120 วันหลังเกิด
  • สัตว์ที่ได้มาใหม่หรือนำเข้ามาในกรุงเทพฯ: ต้องฝังไมโครชิปภายใน 30 วันหลังได้รับสัตว์หรือเดินทางมาถึง

ปัจจุบัน กทม. เปิดให้บริการ ฝังไมโครชิป ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า และทำหมันฟรี ที่คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม. จำนวน 8 แห่ง แนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงใช้บริการขณะที่ยังเปิดให้บริการอยู่

ขั้นตอนการจดทะเบียน

หลังฝังไมโครชิปแล้ว เจ้าของต้องนำสัตว์เลี้ยงไปจดทะเบียนที่ สำนักงานเขต (Khet) ของตน โดยเตรียมเอกสารดังนี้:

  • บัตรประชาชนไทย หรือหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ
  • หลักฐานที่อยู่อาศัย เช่น สัญญาเช่า, ทะเบียนบ้าน หรือใบอนุญาตทำงาน
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า (ต้องต่ออายุทุกปี)
  • เอกสารการทำหมัน (ถ้ามี)

เมื่อจดทะเบียนสำเร็จ สัตว์เลี้ยงจะได้รับ สมุดประจำตัวสัตว์เลี้ยง (Pet Passport) ที่เชื่อมโยงกับหมายเลขไมโครชิป สุนัขทุกตัวต้องสวม ป้ายชื่อที่มองเห็นได้ชัดเจน และใส่สายจูงเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

ข้อจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามพื้นที่อยู่อาศัย

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือข้อกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดที่พักอาศัย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ทั่วกรุงเทพฯ

คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์

  • ห้องขนาด 20 ถึง 80 ตารางเมตร: เลี้ยงได้ 1 ตัว
  • ห้องขนาดมากกว่า 80 ตารางเมตร: เลี้ยงได้ 2 ตัว

บ้านพักอาศัยทั่วไป

สำหรับบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ อนุญาตให้เลี้ยงได้ 2 ถึง 6 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินและประเภทที่อยู่อาศัย โดยสำนักงานเขตเป็นผู้พิจารณา

สัตว์ขนาดใหญ่

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น โค, กระบือ, ม้า: 1 ตัวต่อ 50 ตารางวา (ประมาณ 200 ตารางเมตร)
  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ, แกะ, สุกร: ไม่เกิน 3 ตัวต่อ 50 ตารางวา

ข้อกำหนดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับพื้นที่กึ่งชนบทในเขตปริมณฑลของ กทม.

สายพันธุ์อันตราย: กฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติ

สายพันธุ์ที่ถูกกำหนด

ข้อบัญญัติระบุสายพันธุ์ที่ต้องมีการควบคุมพิเศษ ได้แก่ พิตบูล (Pit Bull) และ ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) รวมถึงสุนัขทุกสายพันธุ์ที่มีประวัติก้าวร้าว

ข้อปฏิบัติในที่สาธารณะ

เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ เจ้าของสายพันธุ์อันตรายต้องปฏิบัติดังนี้:

  • สุนัขต้อง สวมตะกร้อปากตลอดเวลา
  • ใช้ สายจูงที่แข็งแรง ยาวไม่เกิน 50 เซนติเมตร จากมือผู้จูงถึงคอสุนัข
  • ผู้จูงสุนัขต้องมี อายุระหว่าง 10 ถึง 65 ปี

หากมีข้อกังวลด้านพฤติกรรม แนะนำให้ปรึกษานักพฤติกรรมสัตว์ (Animal Behaviourist) ที่ผ่านการรับรอง สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแนวทางสำหรับการประเมินพฤติกรรมสุนัขที่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

มาตรการผ่อนผัน 90 วัน: หมดเขตแล้ว ทำอย่างไรต่อ?

มาตรการผ่อนผันคืออะไร

ข้อบัญญัติกำหนด บทเฉพาะกาล ให้เจ้าของที่มีสัตว์เลี้ยงเกินจำนวนที่กำหนดก่อนวันที่ 10 มกราคม 2569 สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเดิมทั้งหมดต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องจดทะเบียนสัตว์ทุกตัวภายใน 90 วัน หรือภายใน 9 เมษายน 2569

ข้อสำคัญ: มาตรการผ่อนผันนี้ ไม่อนุญาตให้ทดแทน หากสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการผ่อนผันเสียชีวิต เจ้าของไม่สามารถรับสัตว์ใหม่มาเลี้ยงได้หากจะทำให้เกินจำนวนที่กำหนด

พ้นกำหนดแล้ว ควรดำเนินการอย่างไร

ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ (25 เมษายน 2569) ระยะเวลาผ่อนผันสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าของที่พลาดกำหนดควรดำเนินการดังนี้:

  • ติดต่อสำนักงานเขตทันที บางเขตอาจยังรับจดทะเบียนล่าช้าหรือให้คำแนะนำแก่ผู้ที่พลาดกำหนด
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อาศัยในกรุงเทพฯ ควรขอคำปรึกษาจากทนายความที่เข้าใจกลไกการบังคับใช้ข้อบัญญัตินี้
  • เตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อม ทั้งบันทึกไมโครชิป, ใบรับรองวัคซีน และหลักฐานที่อยู่อาศัย เพื่อแสดงเจตนาดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • อย่าทิ้งหรือยกสัตว์เลี้ยงให้ผู้อื่นด้วยความตื่นตระหนก เป้าหมายของ กทม. คือการเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่การยึดสัตว์เลี้ยง การทำงานร่วมกับสำนักงานเขตอย่างเชิงรุกเป็นแนวทางที่แนะนำ

บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามสูงสุด 25,000 บาท (฿25,000) การบังคับใช้ดำเนินการในระดับเขต ซึ่งแนวทางอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสำนักงานเขต

สิ่งที่ชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ต้องรู้เป็นพิเศษ

ชาวต่างชาติที่อาศัยในกรุงเทพฯ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเดียวกับคนไทย แต่มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องเอกสาร:

  • หนังสือเดินทาง พร้อมวีซ่าไทยที่ยังไม่หมดอายุ
  • หลักฐานที่อยู่ในกรุงเทพฯ: ใบอนุญาตทำงาน, ทะเบียนบ้านเล่มเหลือง (Yellow House Book) หรือสัญญาเช่าที่ผ่านการรับรอง
  • ใบรับรองวัคซีนพิษสุนัขบ้า ฉบับปัจจุบัน (ต้องต่ออายุทุกปี)
  • หลักฐานการฝังไมโครชิป จากสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาต

อุปสรรคด้านภาษาที่สำนักงานเขตอาจทำให้กระบวนการล่าช้า แนะนำให้พาเพื่อนร่วมงานที่พูดภาษาไทยได้ หรือจ้างล่ามมาช่วยในวันจดทะเบียน คลินิกสัตวแพทย์เอกชนบางแห่งในกรุงเทพฯ ยังให้บริการช่วยเหลือเรื่องเอกสารจดทะเบียนอีกด้วย

สภาพอากาศร้อนชื้นกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง: ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

กรุงเทพฯ มีอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูร้อน (มีนาคมถึงพฤษภาคม) อยู่ที่ประมาณ 35 ถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะสำหรับสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic) เช่น บูลด็อก, ปั๊ก และชิสุ รวมถึงสายพันธุ์ที่มีขนหนาอย่างไซบีเรียนฮัสกี้ที่ได้รับความนิยมในไทย

แนวทางป้องกันโรคลมแดดในสัตว์เลี้ยง:

  • หลีกเลี่ยงการพาสุนัขออกเดินในช่วง 10.00 ถึง 16.00 น.
  • เลือกเส้นทางเดินที่มีร่มเงา ระยะทางไม่ควรเกิน 1 ถึง 2 กม. ในช่วงอากาศร้อน
  • เตรียมน้ำสะอาดให้ตลอดเวลา
  • สังเกตอาการ: หอบหนัก, น้ำลายไหลมากผิดปกติ, เดินเซ หากพบอาการเหล่านี้ต้องลดอุณหภูมิร่างกายทันทีและพาไปพบสัตวแพทย์

นอกจากความร้อนแล้ว กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อ โรคเออร์ลิเคีย (Ehrlichiosis) ซึ่งติดต่อผ่านเห็บ แนวทางจากกรมปศุสัตว์แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บและหมัดอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพอากาศเขตร้อนชื้นทำให้เห็บแพร่พันธุ์ได้ทุกฤดูกาล ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันที่เหมาะสมกับน้ำหนักและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง

[LOCAL_VET_EMERGENCY_th-th]

การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

การปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้อง:

  • ต่ออายุวัคซีนพิษสุนัขบ้าทุกปี ตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล หากย้ายเขตหรือเปลี่ยนเจ้าของ
  • พกสมุดประจำตัวสัตว์เลี้ยง หรือสำเนาเมื่อพาสัตว์ออกนอกบ้าน

สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศพร้อมสัตว์เลี้ยง ควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านไมโครชิปและใบรับรองสุขภาพของประเทศปลายทางล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน เนื่องจากบางประเทศกำหนดให้ตรวจเลือดหาระดับภูมิคุ้มกันพิษสุนัขบ้า (Rabies Titer Test) ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการ

เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

มีหลายสถานการณ์ที่ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ:

  • ด้านสัตวแพทย์: ข้อกังวลเกี่ยวกับการฝังไมโครชิป, ปฏิกิริยาข้างเคียง หรือปัญหาสุขภาพ ควรพบสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตจากสัตวแพทยสภา
  • ด้านกฎหมาย: ผู้ที่พลาดกำหนดเวลา, ถูกปรับ หรือมีสถานการณ์ซับซ้อน (หลายที่พักอาศัย, การแบ่งสิทธิ์ดูแลสัตว์เลี้ยง) ควรปรึกษาทนายความ
  • ด้านพฤติกรรม: สุนัขที่อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์อันตรายหรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ควรได้รับการประเมินจากนักพฤติกรรมสัตว์ที่ผ่านการรับรอง

ข้อบัญญัตินี้แม้จะเพิ่มภาระหน้าที่ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง แต่เป้าหมายหลักคือการลดปัญหาสัตว์จรจัดและยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) และสมาคมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลก (WSAVA) การปฏิบัติตามอย่างครบถ้วนไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงบทลงโทษ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงและชุมชนอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

สัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องฝังไมโครชิปภายในเมื่อไหร่?
สัตว์เกิดใหม่ต้องฝังไมโครชิปภายใน 120 วันหลังเกิด ส่วนสัตว์ที่ได้มาใหม่หรือนำเข้ามาในกรุงเทพฯ ต้องฝังภายใน 30 วันหลังได้รับหรือเดินทางมาถึง ต้องเป็นไมโครชิปมาตรฐาน ISO และฝังโดยสัตวแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาต
คอนโดในกรุงเทพฯ เลี้ยงสัตว์ได้กี่ตัว?
คอนโดขนาด 20 ถึง 80 ตารางเมตรเลี้ยงได้สูงสุด 1 ตัว ส่วนคอนโดขนาดมากกว่า 80 ตารางเมตรเลี้ยงได้สูงสุด 2 ตัว สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปอนุญาตให้เลี้ยงได้ 2 ถึง 6 ตัวขึ้นอยู่กับขนาดที่ดิน
พลาดกำหนดผ่อนผัน 90 วัน (9 เมษายน 2569) ทำอย่างไร?
ควรติดต่อสำนักงานเขตทันที เตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อม (ไมโครชิป, วัคซีน, หลักฐานที่อยู่) เพื่อแสดงเจตนาดี บางเขตอาจยังรับจดทะเบียนล่าช้า หากมีกรณีซับซ้อนควรปรึกษาทนายความ อย่าทิ้งหรือยกสัตว์เลี้ยงด้วยความตื่นตระหนก
บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติคือเท่าไหร่?
โทษปรับสูงสุด 25,000 บาท (฿25,000) การบังคับใช้ดำเนินการในระดับเขต ซึ่งแนวทางอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสำนักงานเขต
สายพันธุ์อันตรายเช่นพิตบูลมีข้อกำหนดพิเศษอะไรบ้าง?
สุนัขสายพันธุ์อันตรายเช่นพิตบูลและร็อตไวเลอร์ต้องสวมตะกร้อปากตลอดเวลาในที่สาธารณะ ใช้สายจูงที่แข็งแรงยาวไม่เกิน 50 เซนติเมตร และผู้จูงต้องมีอายุระหว่าง 10 ถึง 65 ปี สุนัขที่มีประวัติก้าวร้าวทุกสายพันธุ์ก็อยู่ภายใต้ข้อกำหนดนี้เช่นกัน
ชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง?
ต้องเตรียมหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าไทยที่ยังไม่หมดอายุ, หลักฐานที่อยู่ในกรุงเทพฯ (ใบอนุญาตทำงาน, ทะเบียนบ้านเล่มเหลือง หรือสัญญาเช่าที่ผ่านการรับรอง), ใบรับรองวัคซีนพิษสุนัขบ้าฉบับปัจจุบัน และหลักฐานการฝังไมโครชิปจากสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาต
ทีมบรรณาธิการ TrustMyPets
เขียนโดย

ทีมบรรณาธิการ TrustMyPets

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงระดับโลก

คณะสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ที่อุทิศตนให้กับการให้ความรู้ด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงที่น่าเชื่อถือ

ทีมบรรณาธิการ TrustMyPets ใช้ AI เพื่อช่วยสังเคราะห์งานวิจัยทางสัตวแพทย์และประสบการณ์ระดับมืออาชีพให้เป็นคู่มือที่เข้าถึงได้ เนื้อหาทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานของเราเพื่อความถูกต้อง แต่มีไว้สำหรับวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น

การเปิดเผยเนื้อหา

บทความนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้โมเดล AI ที่ทันสมัยที่สุดพร้อมกับการกำกับดูแลจากมนุษย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลและความบันเทิงเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับสัตว์เลี้ยง โปรดปรึกษาสัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับความต้องการด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงของสัตว์เลี้ยงของคุณเสมอ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการของเรา.